24 มี.ค. 19, 04:48 AM » ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน


My Community




แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - guupost

หน้า: [1] 2 3 ... 8
1


สำหรับสาว ๆ สายบิวตี้ ที่ใส่ใจในการดูแลตัวเองเป็นอย่างมาก ใช้ครีมเพื่อการดูแลและบำรุงผิวอย่างสม่ำเสมอ ตั้งแต่ตื่นนอน ไปจนถึงก่อนเข้านอน ซึ่งก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่จะขาดไม่ได้ แต่ทุกคน เคยงงกันหรือไม่ว่า ครีมที่เราทาที่เราให้กันอยู่ทุกวันอย่าง day cream กับ night cream นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร และทั้ง 2 ชนิดสามารถใช้แทนกันได้หรือเปล่า ในวันนี้เรามีคำตอบมาให้ทุกท่านที่สงสัยกันอยู่ค่ะ
เริ่มจาก Day Cream กันก่อนเลยค่ะ ซึ่งชื่อของมันก็บอกกันอยู่แล้วว่า มันเป็นครีมบำรุงผิวสำหรับใช้ทาในเวลากลางวันซึ่งใน Day Cream นั้นจึงมักมีส่วนผสมของสารกันแดด เพื่อปกป้องผิวหน้าของคุณ จากแสงแดดระหว่างวัน เชื่ออย่างยิ่งว่าหลาย ๆ คนก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงแดด นั้นคือตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวของเรา เพราะฉะนั้นใน Day Cream นอกจากจะมีสารบำรุงผิวแล้ว ก็ยังมีส่วนประกอบของสารกันแดด เพื่อช่วยป้องกันผิวของคุณจากรังสี UV และยังมีอีกหลายท่านที่ยังมีความเข้าใจแบบผิด ๆ ว่า ทำงานในตึก ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ทำงานกลางแจ้ง จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้ครีมที่มีความสามารถในการคุ้มกันแสง UV บอกไว้ตรงนี้เลยว่าแสงจากไฟนีออน ก็มีรังสี UV ชนิดเดียวกับในแสงแดด ถึงแม้ว่าระดับความรุนแรงของ UV จากแสงนีออนจะไม่มากเท่า UV โดยตรงจากดวงอาทิตย์ก็ตาม แต่ก็สามารถส่งผลเสียต่อผิวพรรณของท่าน ได้ในระยะยาวเช่นกัน ดังนั้น ไม่ว่ากิจวัตรประจำวันของคุณ ๆจะอยู่ที่ใดก็ตาม ก็คงหลีกเลี่ยงรังสี UV ไม่พ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม คำตอบที่ดีที่สุดคือให้ Day Cream ป้องกันอันตรายจากรังสี UV ไปพร้อมๆ กับการดูแล และบำรุงผิวพรรณของคุณจะเป็นการดีที่สุด
ส่วนของ night cream ครีมกลางคืน เป็นครีมบำรุงผิวยามค่ำคืน จึงไม่มีส่วนผสมสารกันแดด ส่วนมากจะเน้นไปที่การบำรุงและฟื้นฟูผิวในตอนกลางคืน ป้องกันริ้วรอยจากความแห้งกร้าน  ควบคู่ไปกับการกักเก็บน้ำใต้ผิวเพื่อคงความเนียนนุ่มชุ่มชื่นของผิวหน้าเอาไว้ ครีมกลางคืน จึงมีการเติมสารที่ให้ความชุ่มชื่นแก่ผิวมากเป็นพิเศษ จะสังเกตุได้ว่า เนื้อสัมผัสของครีมกลางคืน จะมีความเข้มข้น และมีความข้นมากกว่า Day Cream
ด้วยคุณสมบัติของครีมทั้ง 2 ชนิดที่กล่าวมา ก็คงจะเป็นคำตอบให้ทุก ๆ ท่านได้ทราบถึงข้อแตกต่างของครีมทั้ง 2 ชนิด และเลือกใช้ครีมได้อย่างเหมาะกับสภาพผิว เพื่อให้ผิวของคุณ ๆได้รับการปกป้องและดูแลอย่างเหมาะสม และถูกวิธีที่สุด
สั่งซื้อสินค้าหรือดูสินค้าอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ลิงก์นะคะ
https://www.lancome.co.th/th/blanc-expert-nuit-firmness-restoring-whitening-night-cream-lc-f5568700.htmll
https://www.lancome.co.th

2


cleansing water คืออะไร?
cleansing water คือตัวช่วยที่ใช้สำหรับเช็ดทำความสะอาด สิ่งสกปรกจากเครื่องสำอาง ฝุ่นละออง ที่เกาะอยู่บนผิวหน้าของเรา ซึ่งส่วนประกอบหลัก ๆ ของ cleansing water ก็คือน้ำ และสารชำระล้าง (surfactant) ในแต่ละแบรนด์ก็อาจจะใส่ สารสกัด และวิตามิน สารให้ความชุ่มชื้นต่าง ๆ เพื่อให้มีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป เช่น คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย เป็นสูตรที่อ่อนโยนเหมาะกับผิวที่แพ้ง่าย แต่รวม  ๆ แล้วต้องทำออกมาให้เหมาะกับสภาพผิวที่แตกต่าง

มาทำความรู้จักกันสักหน่อยว่า Surfactant คืออะไร?
Surfactant นั่นก็คือสารชำระล้างที่มีหน้าที่ในการทำความสะอาดสิ่งสกปรก คราบมัน ต่าง ๆ ที่ติดอยู่บนใบหน้าของเรา Surfactant นั้นมีอยู่ใน สบู่ก้อน สบู่เหลว โฟมล้างหน้า  ยาสระผม  หรือแม้แต่น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก ก็มีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ด้วยค่ะ แต่ไม่ต้องตกอกตกใจไปนะครับ เพราะว่าเจ้า Surfactant นั้นก็มีอยู่หลายประเภทจัดแบ่งตามความสามารถในการขจัดคราบ อย่างเช่นการขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าก็ไม่ต้องถึงขนาดที่เช็ดแล้วดังเอี๊ยด ๆ เหมือนกับการเช็คจาน สำหรับการทำความสะอาดผิวหน้านั้น ต้องใช้สาร Surfactant ที่เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะกับผิวหน้า

อันนี้เป็นคำถามที่ถามกันเยอะมาก ๆ เลยวถ้าล้างเครื่องสำอางด้วย cleansing water  เสร็จแล้ว หลังจากนั้นจะต้องล้างด้วยน้ำน้ำเปล่าอีกครั้งมั๊ย?
ถึงแม้ว่าส่วนประกอบหลักของ cleansing water จะเป็นน้ำ แต่ก็ไม่ใช่น้ำเปล่า ๆ อย่าลืมว่าใน cleansing water นั้นมีสารชำระล้างที่ชื่อว่า Surfactant อยู่ในส่วนผสมด้วย แม้จะเลือกเป็นชนิดอ่อนโยน เป็นคลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วก็ตาม นั่นก็อาจก่อให้เกิดความระคายเคืองกับผิวหน้าของเราได้ ฉะนั้นแนะนำอย่างนี้ว่าหลังจากการใช้ คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย แล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาดในขั้นตอนสุดท้าย

สิ่งสำคัญที่สาว ๆ สายบิวตี้นั้นจะลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด
ควรใช้ cleansing water  คู่กับสำลีที่มีเนื้อนุ่ม เพื่อไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว
เลือกความหนาของสำลีให้พอเหมาะ ไม่หนาจนเกินไป เพราะจำทำให้เปลือง cleansing water  หากใช้สำลีที่บางเกินไปก็จะทำให้เราต้องออกแรกดที่ใบหน้ามากเกินไป และทำให้การดูดซับเครื่องสำอางทำได้ไม่ดีพอ
ไม่ต้องออกแรงถู กด เช็ดอย่างรุนแรง เพียงแค่ซับเช็ดเบา ๆ คราบ make up ก็หลุดออกมา
เพื่อการทำความสะอาดได้อย่างทั่วถึง ควรเช็ดเข้าไปถึงไรผม และ ช่วงลำคอ
เลือกใช้สูตร คลีนซิ่งผิวแพ้ง่าย จะทำให้ผิวไม่แห้งตึงหลังเช็ดเครื่องสำอาง

เมื่อเราได้รู้จักกับ cleansing water มากขึ้น รู้ว่าทำงานอย่างไร ที่นี่ก็มาถึงการเลือกซื้อว่าควรเลือกซื้อ cleansing water แบรนด์ไหนดี เรามี cleansing water ที่เราใช้อยู่เป็นประจำ อยากจะแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้ลองใช้ กดเข้าไปดูได้ที่ลิงก์ด้านล่างนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/bi-facil-visage-lc-l6279500.html
https://www.lancome.co.th

4
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

7


สำหรับคนที่โปรดปรานน้ำหอมเป็นชีวิตจิตใจอย่างเราเมื่อไหร่ที่เดินผ่านเคาน์เตอร์น้ำหอม เป็นต้องแวะเวียนเข้าไปดู และสูดกลิ่มหอม ๆ ของน้ำหอมกลิ่นใหม่ ๆ อยู่ประจำ และก็เป็นปกติที่จะต้องได้น้ำหอมติดไม้ติดมือกลับมาบ้านด้วยแทบจะทุกครั้ง และก็เป็นปกติอีกเช่นกันที่จะโดนคุณแฟนดุเสมอว่าซื้อจนไม่มีที่จะเก็บจะวางแล้ว(.....แฮร่.....) จะให้ทำงัย ก็คนมันชอบนี่น่า และก็เชื่อว่าสาว ๆ แทบจะ100% เลยก็ว่าได้ คงจะชื่นชอบน้ำหอมเช่นกัน

เข้าเรื่องเลยดีกว่า วันนี้มีเวลาว่างมากถึงมากที่สุด ก็เลยอยากจะทำตัวให้เป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆบ้าง ด้วยการสถาปนาตัวเองเป็นกูรูด้านน้ำหอมเพื่อที่จะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่ชอบในกลิ่นของน้ำหอมเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบว่าน้ำหอมมีกี่ชนิด และควรใช้น้ำหอมอย่างไร
น้ำหอมที่วางขายกันอยู่โดยทั่ว ๆ ไปนั้นจะแบ่งตามความเข้มข้นของหัวน้ำหอมเป็นหลัก ซึ่งแบ่งออกมาได้ 3 ระดับ คือ
EAU DE PARFUM (โอเดอเพอร์ฟูม) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 15-18 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดทนนานราว 10-12 ชั่วโมง
EAU DE TOILETTE (โอเดอทอยเล็ตต์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 4-8 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานประมาณ 6-8 ชั่วโมง
EAU DE COlONGE (โอเดอโคโลญจน์) เป็นน้ำหอมที่มีส่วนผสมของน้ำมันหอมในปริมาณ 3-5 % ซึ่งจะมีกลิ่นติดอยู่ได้นานราว 4-5 ชั่วโมง
ส่วนตัวแล้วเราชอบ EAU DE PARFUM มากที่สุด เนื่องมาจากติดทนนานที่สุด แม้ว่าราคาก็จะสูงกว่าน้ำหอมแบบอื่น ๆ อยู่พอสมควรเลยทีเดียว แต่ถ้าเราใช้ให้เป็น ก็สามารถประหยัดได้ ไม่ต้องถามนะว่าทำอย่างไร รบกวนอ่านต่อเลยจ้า
จากที่เคยได้ยินมา(จากไหนไม่รู้จำไม่ได้ ไม่ต้องถามกันเข้ามานะคะ) 8 จุดชีพจรที่ควรฉีดน้ำหอมได้แก่ ซอกคอ 2 ข้อมือ 2 ข้อพับแขน 2 และข้อพับขา 2 เนื่องจากว่าจุดดังกล่าวมีความร้อน จะทำให้น้ำหอมส่งกลิ่นได้ดีทำให้ประหยัด มีหลายคนเข้าใจว่าต้องฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ไม่ใช่นะคะ ฉีดแค่จุดใดจุดหนึ่งหรือ 2 จุดก็พอ หรือถ้าใครไม่ต้องประหยัด อยากฉีดให้ครบทั้ง 8 จุด ก็ไม่ว่ากันค่ะ
ทีนี้มาถึงเรื่องของการเก็บรักษาน้ำหอมกันบ้าง บางท่านซื้อ EAU DE PARFUM มาใช้ แต่เสียดายกลัวหมดเร็ว ไม่อยากใช้เยอะ บอกเลยว่าซื้อมาแล้วก็ต้องใช้ให้หมดตามระยะเวลาด้วยนะคะ เนื่องมาจากน้ำหอมแต่ละประเภทมีอายุการใช้งาน เก็บไว้นานเกิน กลิ่นเปลี่ยน สีเปลี่ยนนะจะบอกให้ อายุคร่าว ๆ ก็ตามนี้นะคะ
EAU DE PARFUM  เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1 ปี ถ้ายังไม่เปิดเก็บได้ราว ๆ 3-4 ปี
ส่วน EAU DE TOILETTE และ EAU DE COlONGE เปิดใช้แล้วอยู่ได้ 1-2 ปี ถ้ายังไม่เปิดเก็บได้นาน 2-3 ปี
หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะได้ความรู้ในการเลือกซื้อและใช้น้ำหอมกันไปพอสมควรเลย ทิ้งท้ายไว้สักนิดว่าหากใครกำลังมองหา EAU DE PARFUM กลิ่นหอม ๆ ติดทนนาน ลองแวะเข้าไปที่เว็บไซต์ด้านล่างที่เราแปะลิงก์ไว้ได้เลยนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/fragrance/women-s-perfumes/miracle.html
https://www.lancome.co.th

8


หากว่าท่านเข้านอนในโดยไม่ได้ใช้ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน (Night Cream) หรือ ครีมบำรุงหน้ากลางคืนแล้วละก็ เราคงต้องบอกว่าคุณได้ตัดสินใจผิดพลาดอย่างมากในการดูแลรักษาผิวหน้า เนื่องด้วยครีมบำรุงหน้ากลางคืนนั้น  มีประโยชน์สำหรับผิวของคุณเป็นอย่างมาก  โดยเฉพาะสาว ๆ สายบิวตี้มือใหม่หลาย ๆ คนที่มักจะเพิกเฉยกับการดูแลผิวหน้าในยามค่ำคืนยิ่งควรต้องรู้เอาไว้  ว่าครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนนั้นมีคุณประโยชน์และมีความจำเป็นกับเราแค่ไหน
ครีมบำรุงหน้ากลางคืน มีหน้าที่ทำอะไรบ้าง
-   ช่วยให้ความชุ่มชื้นกับผิวหน้าได้ตลอดทั้งคืน
-   ช่วยทำให้ริ้วรอยต่างๆ บนหน้าของคุณลดลง
-   บรรเทาอาการผิวปกติ  ของผิวหน้า
-   ป้องกันผิวไม่ให้ผิวหน้าหย่อนคล้อย
-   ช่วยคืนความยืดหยุ่นให้กับผิวหน้า
-   ช่วยให้ผิวของคุณนุ่ม เปลั่งปลั่ง ดูเรียบเนียนและมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น
-   ช่วยเพิ่มคอลลาเจนในผิวของท่านในขณะที่ร่างกายกำลังพักผ่อน
-   ช่วยในการไหลเวียนเลือดที่ดีขึ้น
-   ช่วยในการต่ออายุเซลล์และบำรุงผิวของคุณ

การเลือกครีมบำรุงหน้ากลางคืน ที่เหมาะสมกับผิวของผู้ใช้นั้นจัดว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สำหรับการเลือกครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนนั้นมีหลักการง่าย ๆ ดังนี้
- เราควรแน่ใจว่า  ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ที่เราเลือกใช้นั้นมีลักษณะของเนื้อครีมที่ไม่หนาเกินไป  เนื่องด้วยครีมบำรุงหน้ากลางคืนที่หนาเกินไปอาจจะอุดตันรูขุมขนของเราได้ ทำให้ผิวหายใจได้ลำบาก จะส่งผลเสียกับผิวของเรามากกว่าผลดี
- ควรระวังเรื่องครีมที่ผสมน้ำหอม ทางที่ดีที่สุดควรเลือกครีมบำรุงหน้ากลางคืนที่เป็นแบบ hypoallergenic เพื่อลดความเสี่ยงจากอาการแพ้
แต่ถ้าเพื่อน ๆ ตัดสินใจไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะเลือกซื้อครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืนแบรนด์ไหนดี ที่ใช้ดี คุ้มค่า คุ้มราคาที่สุด เราขอนำเสนอ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ตัวล่าสุดจาก lancome ด้วยคุณสมบัติของ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวและกอบกู้ผิวเมื่อต้องเผชิญกับภาวะ ช่วงอ่อนแอของผิว ด้วย New Advanced G?nifique Sensitive เซรั่มครีมบำรุงผิวหน้าตอนกลางคืน เพียงหนึ่งหยดของส่วนผสมเข้มข้นจาก Ferlulic Acid มอบคุณสมบัติที่ผิวคุณต้องการ อาทิเช่น ลดรอยแดงและจุดด่างดำ เผยผิวออร่า ลดริ้วรอย บำรุงผิวจากแสงแดด กักเก็บน้ำให้ผิวชุ่มชื้นยาวนาน

หากว่าคุณ ๆ กำลังอยากได้ครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน  ที่มีคุณภาพสูง ได้ผลลัพธ์ที่ดีและยังปลอดภัยอีกด้วย  เราขอแนะนำให้ลองใช้ ADVANCED G?NIFIQUE SENSITIVE เซรั่มครีมบำรุงผิวหน้ากลางคืน ด้วยนวัตกรรมสองพลังเข้มข้นเพื่อที่สุดแห่งการฟื้นบำรุงผิวล้ำลึกยามค่ำคืน ให้คุณคงผิวสวยและอ่อนเยาว์ตลอดไป สัมผัสผิวสวยอ่อนเยาว์เพียงข้ามคืน  เชิญพิสูจน์ด้วยตัวคุณเองด้วยการกดเข้าไปที่ลิงก์ด้านล่าง ผิวสวยสุขภาพดีรอคุณอยู่
https://www.lancome.co.th/th/advanced-genifique-sensitive.html
https://www.lancome.co.th

9

เรามาทำความรู้จักกับ Moisturizer กันเสียหน่อยว่ามันคืออะไรและมีหน้าที่อย่างไร?
Moisturizer คือ ผลิตภัณฑ์กลุ่มที่ให้ความชุ่มชื้น หน้าที่หลัก ๆ เลยก็คือการเพิ่มปริมาณน้ำให้กับผิวหนัง รวมถึงช่วยลดการระเหยสารให้ความชุ่มชื้นใต้ผิวหนังที่ร่างกายผลิตขึ้นมาเองได้ด้วย เมื่อมีการให้ความชุ่มชื้นกับผิวหนังอย่างเหมาะสม เซลล์ผิวหนังชั้นนอกจะเกิดการซ่อมแซมตัวเอง พร้อมกับปรับสภาพรูขุมขนให้มีขนาดเล็กลง และยังช่วยลดการเกิดสิว ช่วยผิวเนียนนุ่มขึ้น สุขภาพของผิวนั้นขึ้นอยู่กับความชุ่มชื้นของผิว เนื่องจากว่าความชุ่มชื้นของผิวจะช่วยเติมช่องว่างของเซลล์ผิว ช่วยกระตุ้นให้กลไกลการทำงานของเซลล์ผิวตามธรรมชาติทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มอัตราการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และช่วยเร่งการผลิตเซลล์ผิวใหม่ที่แข็งแรงกว่า ทำให้คุณ ๆ มีผิวที่สุขภาพดี เนียนสวย กระจ่างใส ดูอ่อนกว่าวัย

 Moisturizer มีกี่ประเภท?
Moisturizer ที่จำหน่ายกันอยู่ในบ้านเรานั้น สามารถแบ่งออกได้เป็น 5 ชนิดด้วยกันซึ่งได้แก่
1. Serum  เป็นครีมที่มีสารพวก Active ingredient ปริมาณมาก สามารถซึมซาบเข้าสู่ผิวได้ค่อนข้างดี
2. Gel  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำและ Active ingredient โดยไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน ซึ่งเหมาะกับคุณ ๆที่มีผิวมัน
3. Cream  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันมากกว่าน้ำและ Active ingredient แต่ยังสามารถให้ความชุ่มชื้น เนื่องจากส่วนผสมน้ำมันที่มากกว่าจึงเหมาะกับสาว ๆที่มีผิวแห้ง
4. Lotion เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมากกว่าน้ำมัน รวม Active ingredient ทำให้การดูดซึมเข้าผิวได้ดีมาก เหมาะกับผิวธรรมดาและผิวมัน
5. Oil  เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีแต่น้ำมันล้วนๆ ซึ่งไม่ได้รับความนิยมเท่าไหร่
เป็นอย่างไรกันบ้างค่ะ กับข้อมูลที่เราสรรหามาฝากกัน ต่อจากนี้เพื่อน ๆ ก็สามารถเลือกซื้อ Moisturizer ที่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองได้อย่างถูกต้อง ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อเราเลือกใช้ Moisturizer ได้เหมาะสมกับสภาพผิวของเรา ก็ย่อมส่งผลดีต่อผิวของเรา ให้เป็นผิวที่สุขภาพดี แข็งแรง ดูอ่อนกว่าวัย ผิวสุขภาพดีไม่ได้เกิดขึ้นได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ที่สำคัญหาซื้อไม่ได้ด้วยนะคะ หากอยากได้ต้องทำเอาเอง ต้องค้นหาข้อมูลของผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ แต่ละชนิดเป็นอย่างดี เพื่อเฟ้นหาสิ่งที่ดีที่สุด เหมาะสมกับเราที่สุด เชื่อเหลือเกินว่าถ้าเกิดมาเป็นสายบิวตี้แล้ว เรื่องแค่นี้ไม่ยากเกินไปอย่างแน่นอน ท้ายที่สุดขอฝากเว็บไซต์ขวัญใจสาว ๆ สายบิวตี้กันไว้สักหน่อยนะคะ หากเพื่อน ๆ คนไหนสนใจอยากเลือกซื้อ Moisturizer มอยเจอร์ไรเซอร์ผิวแห้ง เพื่อลดริ้วรอย เพื่อผิวหน้ากระจ่างใส หรือเพื่อแก้ไขปัญหาผิวสารพัด ก็เชิญเข้าไปเลือกซื้อกันได้ที่ลิงก์ที่เราแปะไว้ด้านล่างนะคะ
https://www.lancome.co.th/th/skincare/by-product-category/moisturizers.html
https://www.lancome.co.th

10
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจหรือเว็บไซต์

11


สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีเหงื่อเยอะ สปอร์ตเกิร์ลที่รักการออกกำลังกายและรักความสวยงาม หรือแม้แต่สาว ๆ ที่ชีวิตมีแต่ดราม่า บ่อน้ำตาตื้น มีเรื่องให้เสียน้ำตากันอยู่บ่อย ๆ คงต้องพบเจอกับปัญหาการใช้งานดินสอเขียนขอบตาอยู่มากทีเดียว เกิดความกังวลใจทุกครั้งเมื่อใช้ กลัวเยิ้มบ้าง กลัวเป็นแพนด้าบ้าง  แนะนำเลยว่าก่อนอ่านรีวิวนี้ ให้เพื่อน ๆเดินไปหยิบดินสอเขียนขอบตาแท่งเก่าของคุณโยนลงถังขยะไปได้เลย รับรองได้เลยว่าเมื่ออ่านตรงนี้จบ จากนั้น ไม่ว่าคุณจะออกกำลังกายหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็ตาม หรือดูซีรีย์ดราม่าจนบ่อน้ำตาแตก ก็ไม่มีทางทำให้คุณเป็นหมีแพนด้าอย่างแน่นอน บอกเลยว่าต้องไม่พลาดไอเทมเด็ดที่เราจะมานำเสนอในวันนี้ ซึ่งจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก ดินสอเขียนขอบตา หรืออายไลเนอร์ดินสอสุดเริศจาก  lancome นั่นเอง

Le Crayon Kh?l อายไลเนอร์ดินสอที่ช่วยสร้างความคมชัดให้กับดวงตาของท่าน ได้อย่างง่ายดาย สร้างทุกลุคที่คุณต้องการได้ด้วยดินสอเขียนขอบตา Le Crayon Kh?l สร้างความคมชัดให้กับดวงตาของคุณให้ดูกลมโตยิ่งขึ้น Le Crayon Kh?l เป็นอายไลเนอร์ดินสอที่เป็นเนื้อครีมเนียนนุ่มและอ่อนโยน จึงช่วยให้เขียนง่าย แม่นยำและให้สีสันที่คมชัด สร้างลุค Smoky eye ให้คุณได้อย่างง่ายดาย

จุดเด่นของอายไลเนอร์แบบดินสอจากลังโคม Le Crayon Kh?l  คือดินสอมีเนื้อครีมที่เนียนนุ่ม ช่วยให้เขียนขอบตาได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ ช่วยให้ดวงตาของคุณแลดูสวยเฉียบคมไร้ที่ติ สามารถเกลี่ยได้ เรียบเนียนง่าย ๆ ไม่จับตัวเป็นก้อนและยังสร้างกรอบและมิติให้ดวงตากลมโตได้อย่างง่ายดายอีกด้วย
หลังจากที่เราได้ทดลองใช้ Le Crayon Kh?l อายไลน์เนอร์แบบดินสอเนื้อครีมไอเทมสุดฮ๊อตจาก  lancome ไปแล้ว ต้องบอกเลยว่าเราเองนั้นพยายามหาข้อเสียอยู่หลายครั้ง แต่ก็ยังหาไม่เจอสักที ด้วยเหตุว่า ดินสอเขียนขอบตา Le Crayon Kh?l  มีสัมผัสเนียนลื่น สีสันคมชัด และเกลี่ยง่ายอย่างเหลือเชื่อ ช่วยให้เราสร้างสรรค์ทุกลุคที่เราต้องการได้อย่างง่ายมาก ๆ  ไม่ทิ้งรอยเปื้อน และช่วยให้ดวงตาสวยได้ตลอด คอนเฟิร์มเลยว่าไม่มีเยิ้ม ไม่มีลบเลือน ใช้แล้วสามารถเดินสวย เลิศ ๆ เชิด ๆ ได้อย่างมั่นอกมั่นใจตลอดวัน สำหรับท่านใดที่ยังลังเลว่าจะใช้ อายไลเนอร์ดินสอ Le Crayon Kh?l ดีมั๊ย(ยืนยันกันขนาดนี้ ไม่ต้องลังเลแล้ว) ก็ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ ลองใช้ Le Crayon Kh?l อายไลน์เนอร์ดินสอ กันก่อนได้ที่เว็บไซต์ของ lancome ก่อนก็ได้นะ เผื่อว่าจะได้ตัดสินใจกันได้ง่ายขึ้น หรือคลิกที่ลิงก์ด้านล่างที่เราทำไว้ให้ก็ได้นะคะ วันนี้ขอจบการรีวิวแค่นี้ก่อน อย่าลืมติดตามกันต่อไปเรื่อย ๆ นะคะ
https://www.lancome.co.th/th/le-crayon-khol.html
https://www.lancome.co.th

12
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์

14
รับชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจ

15


สำหรับสาว ๆ ที่อยากมีดวงตาสวยคมกลมโต จะต้องไม่พลาดการใช้ไอเทมเด็ดที่ชื่อว่าอายไลเนอร์ สำหรับคุณ ๆที่ชื่นชอบการแต่งหน้ามานานก็คงทราบกันดีอยู่แล้วว่า อายไลเนอร์ ที่นิยมใช้กันอยู่ในทุกวันนี้มีกี่ชนิด แต่สำหรับสาว ๆ สายบิวตี้มือใหม่ อาจจะยังไม่ทราบว่า อายไลเนอร์นั้นมีมากมาย หลายชนิด อาทิเช่น อายไลเนอร์ดินสอ อายไลเนอร์แบบพู่กัน เป็นต้น ในวันนี้ก็เลยจะมาอธิบายให้สาว ๆ ทุก ๆ คนได้รู้จักกันว่า อายไลเนอร์แต่ละชนิดมีจุดเด่นแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ตามมาเลยค่ะ

อายไลเนอร์แบบพู่กัน
อายไลเนอร์แบบนี้นัยว่าเป็นแบบคลาสสิคเลยก็ว่าได้ เพียงแค่จิ้ม ๆ แล้วเอามาปาดที่ขอบตาก็สวยคมโฉบเฉี่ยวขึ้นมาได้ทันทีทันใด ใช้งานง่าย

อายไลเนอร์ดินสอ
อายไลเนอร์ดินสอนั้นเหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้ที่เริ่มต้นใช้ eye liner ที่ไม่อยากเลอะเทอะในการใช้ eye liner เขียนผิดพลาดก็สามารถแก้ไขได้ง่ายกว่า อายไลเนอร์ประเภทอื่น ใครที่ชอบกรีดตาแบบฟุ้ง ๆ เบา ๆ บอกเลยว่า อายไลเนอร์ดินสอ ตัวนี้ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

อายไลเนอร์แบบลิควิคหรือแบบน้ำ
อายไลเนอร์ชนิดลิควิคหรือแบบปากกา ที่สาวๆ หลาย ๆ คนชื่นชอบ การใช้ต้องมีฝีมือกันหน่อย แต่ไม่ต้องจุ่มให้ยุ่งยาก เพียงแค่เปิดฝาออกมา เขียนดวงตาตามลักษณะที่เราต้องการ ส่วนที่จะแห้งเร็วหรือช้านั้นก็แล้วแต่ยี่ห้อ เลือกใช้กันตามความถนัดและความชอบได้เลย อายไลเนอร์แบบลิควิคนี้ต้องเขียนต้องใช้บ่อยๆ แล้วก็จะชินและถนัดมือ

อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล
อายไลเนอร์แบบเนื้อเจล ถือว่าตอบโจทย์สาว ๆ ที่สีสันที่คมเข้ม สีสันชัดเจน การใช้อายไลเนอร์แบบเนื้อเจลนั้นก็จะคล้าย ๆ กับอายไลเนอร์แบบพู่กันแค่จุ่มแล้วก็เอามากรีดที่ตา ด้วยเหตุว่าเนื้อเจลอาจจะต้องรอเวลาให้แห้งหลังจากที่ทาไปสัก 1-2นาทีนะคะ ถ้ายังไม่แห้งอย่าเผลอไปปาดนะ กลายเป็นหลินปิงเลยนะ

อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์
อายไลเนอร์แบบมีกลิตเตอร์  เป็นชนิดเดียวกับ อายไลเนอร์ลิควิค เพียงแต่ผสมกลิตเตอร์เข้าไปด้วย เพื่อเพิ่มประกายวิ้งวับให้กับดวงตา ช่วยให้ดูสดใสในยามค่ำคืน เหมาะกับการแต่งหน้าออกงานกลางคืนโดยเฉพาะ

อ่านมาถึงตรงนี้ สาว ๆ หลาย ๆ คนอาจมีคำถามว่าแล้วอายไลเนอร์ชนิดไหนที่จะเหมาะกับเรามากที่สุด แนะนำว่าให้พิจารณาในแง่ของการใช้งานเป็นหลัก ถ้ามือใหม่ ไม่ชอบแบบลำบาก อยากได้ลุคแบบฟุ้ง ๆ ก็ใช้ อายไลเนอร์ดินสอ นี่แหละตอบโจทย์ที่สุด สำหรับทุกท่าน ที่ต้องการอายไลเนอร์ดินสอเนื้อครีมแบบป้องกันน้ำ ติดทนนาน คุณภาพดี เราขออนุญาตนำเสนอ อายไลเนอร์ดินสอ DESSIN DU REGARD
แวะชมสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.yslbeautyth.com/th/make-up/eyes/eye-liners.html
Yves Saint Laurent Beauté : https://www.yslbeautyth.com

หน้า: [1] 2 3 ... 8